โพสต์โดย : เพลิน วิชัยวงศ์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 , 15:49:07 (อ่าน 27 ครั้ง)
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมกับ เทศบาลเมืองวารินชำราบ และภาคีเครือข่าย จัดงาน “กิน ฟิน มู” ภายใต้โครงการ “ฟื้นชีวิต คืนชีวา สร้างคุณค่าเมืองวารินฯ” ร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ย่านเมืองเก่าด้วยทุนทางวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน และ ศาสตราจารย์ ดร.ทวนทอง จุฑาเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม กล่าวรายงาน มีประชาชนสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ วัดผาสุการาม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 14 - 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
การจัดงาน “กิน ฟิน มู” เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เทศบาลเมืองวารินชำราบ วัดผาสุการาม พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม นำเอาอัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมและความเชื่อของชุมชนมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้โครงการ "ฟื้นชีวิต คืนชีวา สร้างคุณค่าเมืองวาริน : การออกแบบนิเวศการเรียนรู้ของย่านเมืองเก่าวารินชำราบด้วยซอฟต์พาวเวอร์และทุนทางวัฒนธรรม" ซึ่งมี ศาสตราจารย์ ดร.ระพีพันธ์ ปิตาคะโส เป็นหัวหน้าโครงการ
ภายในงาน จัดให้มีกิจกรรมหลากหลาย ผสมผสานความร่วมสมัยภายใต้แนวคิด "กิน ฟิน มู"ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งด้วยแสงไฟ (Lighting Design) ที่สวยงามโชว์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นยามค่ำคืน โดยมีไฮไลต์กิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
กิน อิ่มอร่อยกับบูทร้านอาหารคาว-หวานชื่อดังจากชุมชนวารินชำราบ กระตุ้นรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่
ฟิน เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านสุดอลังการ อาทิ การแสดงวงโปงลาง หมอลำยอดนิยม และการแสดงช่างฟ้อนจากเยาวชนและคนในชุมชนวัดผาสุการาม
มู เอาใจสายความเชื่อด้วยบริการดูดวงจากหมอดูชื่อดัง และพิธีกรรมทางความเชื่อที่สะท้อนศรัทธาของชาวอุบลฯ
งาน “กิน ฟิน มู” ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ผ่อนคลายและเติมพลังชีวิตให้แก่ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมงาน แต่ยังเป็นโมเดลสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการนำ "ทุนทางวัฒนธรรม" มาเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเมือง และสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวอำเภอวารินชำราบอย่างเป็นรูปธรรม อีกด้วย
ขอบคุณภาพ เพจเทศบาลเมื่องวารินชำราบ